(สำเนา)

ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

เรื่อง  ระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงินรายได้ พ.ศ. 2536

-----------------------------

                        โดยที่สมควรปรับปรุงระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงินรายได้  ให้เป็นระเบียบที่สะดวกในการ

ปฏิบัติยิ่งขึ้น    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 (8)  แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  พ.ศ. 2511

แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ  ฉบับที่ 180  พ.ศ. 2515  และโดยอนุมัติสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในคราวประชุมครั้งที่ 11/2536  เมื่อวันที่  22  พฤศจิกายน  2536  จึงให้วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

                        ข้อ  1   ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงินรายได้  พ.ศ. 2536”

                        ข้อ  2   ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

                        ข้อ  3   ให้ยกเลิก

3.1    ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงินรายได้ พ.ศ. 2518

3.2    ข้อบังคับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงินรายได้ พ.ศ. 2524

                                    3.3  ประกาศสภามหาวิทยาเกษตรศาสตร์  เรื่อง  แก้ไขข้อบังคับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วย

เงินรายได้ พ.ศ.  2524  ประกาศ    วันที่  10  มกราคม  2528

                                    3.4  ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เรื่อง ระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วย

เงินรายได้ พ.ศ. 2530

3.5    ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  เรื่อง ระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วย

เงินรายได้  (ฉบับที่  2)  พ.ศ.  2536

                                    บรรดาประกาศ  ระเบียบ  ข้อบังคับ หรือความตกลงอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือ

ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้  ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                        ข้อ  4  ในระเบียบนี้

                                    “สภามหาวิทยาลัย”  หมายความว่า  สภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                                    “มหาวิทยาลัย”  หมายความว่า  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                                    “อธิการบดี”  หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                                    “คณะ”  หมายความว่า  บัณฑิตวิทยาลัย  วิทยาลัย  คณะ  สถาบัน  สำนัก  และหน่วยงานที่เรียกชื่อ

อย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

                                    “คณบดี”  หมายความรวมถึง  ผู้อำนวยการสถาบัน สำนัก และหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มี

ฐานะเทียบเท่าคณะ

                                    “เงินรายได้”  หมายความว่า  เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตามความในพระราชบัญญัติ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                        ข้อ  5  ให้อธิการบดีมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

                                    5.1  ออกระเบียบและแนวปฏิบัติ เพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้

                                    5.2  วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกี่ยวกับการรับและการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบนี้

                                    5.3  เสนอรายงานการบริหารเงินรายได้ให้สภามหาวิทยาลัยทราบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

 

 

หมวด  1

ประเภทและการใช้เงินรายได้

                        ข้อ  6  ประเภทเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย

6.1    เงินบำรุงมหาวิทยาลัย  และเงินค่าธรรมเนียมการศึกษา  ได้แก่  เงินที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บจาก

นิสิตเป็นค่าบำรุง  ค่าธรรมเนียม  และค่าปรับต่างๆ  รวมทั้งค่าปรับตามสัญญาการศึกษาที่นิสิตทำไว้ต่อมหาวิทยาลัย และ

ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บจากนิสิต

6.2    เงินรายได้จากการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรพิเศษ  ได้แก่  หลักสูตรที่เปิดสอนภาคค่ำ  หรือ

เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษาในลักษณะโครงการต่าง ๆ ตลอดจนเงินได้จากกิจกรรมทุกประเภทที่โครงการเหล่านี้จัดให้มีขึ้น

6.3    เงินรายได้จากการบริหารงาน  ได้แก่  เงินส่วนแบ่งรายได้  เงินค่าชดเชย  ค่าปรับ  ค่าดอกผล

เงินผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและคณะ  อันเกิดจากการลงทุนตามข้อ  8  ค่าเช่าที่  ค่าธรรมเนียมการขอใช้อาคารสถานที่

ค่าตรวจ – ค่ารักษาพยาบาล  เงินรายได้จากการจำหน่ายผลิตผล  ผลิตภัณฑ์ต่างๆ  รายได้จากการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์พืช

และต้นไม้หรือรายได้อื่นๆ  จากการดำเนินงาน

6.4    เงินที่ได้จากการประยุกต์และบริการวิชาการ  ได้แก่  เงินที่ได้จากการให้บริการทางวิชาการ

การจำหน่ายตำรา  เอกสาร  การให้บริการทดสอบ-วิจัย  การให้บริการห้องทดลอง  ค่าธรรมเนียม  การผลิตสื่อการสอน

วีดิทัศน์ สิ่งพิมพ์  รายได้จากการจัดการฝึกอบรม  และรายได้อื่นๆ ที่ได้มาจากการปฏิบัติงานด้านวิชาการ

6.5    เงินรายได้จากโครงการพัฒนาวิชาการ  ได้แก่  เงินรายได้ที่เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรของ

มหาวิทยาลัยในเชิงวิชาการโดยจัดทำเป็นโครงการ

6.6    เงินอุดหนุนการวิจัย  ได้แก่  เงินที่ได้มาจากบุคคล  หรือนิติบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อใช้จ่ายในการวิจัย

6.7    เงินทุนการศึกษาและเงินบริจาคอื่น ได้แก่  เงินซึ่งมีผู้บริจาคให้แก่มหาวิทยาลัย หรือคณะ

เพื่อการศึกษาหรือเพื่อการอื่นตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

6.8    เงินรับฝาก  ได้แก่  เงินต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยหรือคณะได้รับหรือรับฝากไว้  โดยมีเงื่อนไขหรือ 

เงื่อนเวลาที่จะต้องคืนเจ้าของตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาแล้วแต่กรณี

                        ข้อ  7  การใช้จ่ายเงินรายได้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

7.1    เงินรายได้ทุกประเภทตามที่เกิดจากการประกอบกิจกรรม  หรือการบริหารงานตามที่กำหนด

ไว้ในข้อ 6.1, 6.2, 6.3 และ 6.4  ให้ใช้จ่ายตามระเบียบหรือประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยเรื่องนั้น ๆ ซึ่งกำหนดโดยที่

ประชุมคณบดี

                                    กรณีที่ไม่มีระเบียบหรือประกาศมหาวิทยาลัยกำหนดไว้  เฉพาะหมวดค่าตอบแทน  ใช้สอย และวัสดุ

ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ 19 พิจารณาใช้จ่ายตามความจำเป็นและประหยัด  โดยคำนึงถึงประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่

ของหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ

7.2    เงินรายได้จากโครงการพัฒนาวิชาการตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6.5  ให้ใช้จ่ายตามรายละเอียดที่

ได้รับอนุมัติในโครงการนั้นๆ

                                    7.3  เงินรายได้ทุกประเภทที่ได้มาในลักษณะเงินอุดหนุน  เงินทุนการศึกษาหรือเงินบริจาคอื่น ๆ

ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 6.6 และ 6.7 ให้ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์หรือข้อตกลงของผู้ให้แล้วแต่กรณี

                        *ข้อ  8  มหาวิทยาลัยอาจนำเงินรายได้ไปหาผลประโยชน์ได้ในขอบเขต ดังนี้

                                    8.1  ซื้อพันธบัตรรัฐบาล

                                    8.2  ซื้อตั๋วเงินคลัง

                                    8.3  ซื้อพันธบัตร  หรือหุ้นกู้ของรัฐวิสาหกิจ

                                    8.4  ซื้อหุ้นกู้หรือตราสารอื่นๆ ของธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารพาณิชย์

                                    8.5  นำเงินฝากธนาคาร หรือสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

                                    8.6  ซื้อหุ้นกู้หรือตราสารอื่นๆ ของเอกชนที่เชื่อถือได้ หรือหน่วยลงทุนในกิจการจัดการลงทุนที่เชื่อถือ

ได้ ทั้งนี้ ในวงเงินไม่เกิน  15% ของเงินรายได้

                                    8.7  นำไปหาผลประโยชน์ทางวิชาการ

                        ให้อธิการบดีเป็นผู้มีอำนาจสั่งการได้ในข้อ 8.1, 8.2, 8.3, 8.4 และ 8.5  สำหรับในข้อ 8.6 ให้อยู่ในอำนาจการ

พิจารณาเสนอของคณะกรรมการพิจารณาจัดหาประโยชน์จากเงินรายได้ในวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท  โดยให้นำเสนอ

อธิการบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ  ส่วนเงินที่เกิน  50  ล้านบาท  และในการหาผลประโยชน์ตามข้อ 8.7 ให้อธิการบดีมีอำนาจ

สั่งการโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณบดี

                        ในกรณีอื่นนอกจากนี้  ให้นำเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ

                        ** ข้อ  8  ทวิ  ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณบดี  มีอำนาจขอวงเงินเบิกเงินเกินบัญชีกับ

ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารพาณิชย์  โดยใช้บัญชีเงินฝากประจำค้ำประกันตามจำนวนวงเงินที่กู้

                        ข้อ  9  การซื้อ  การจ้าง  หรือการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวกับการพัสดุ โดยใช้เงินรายได้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ

สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  โดยอนุโลม  เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีมี

อำนาจอนุมัติให้ดำเนินการได้ เป็นกรณีพิเศษ  นอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบดังกล่าว

                        ข้อ  10  การกำหนดอัตราค่าจ้าง  การบรรจุ  การแต่งตั้ง  การสอบสวน  การรักษาวินัย  และ  การออกจาก

งานของลูกจ้างที่จ้างด้วยเงินรายได้ ให้นำระเบียบ หรือข้อบังคับของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับลูกจ้างของส่วนราชการ มาใช้

บังคับโดยอนุโลม

                        การจ้างในอัตราที่สูงกว่าคุณวุฒิ หรือการจ้างผู้เกษียณอายุ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับลูกจ้างที่จ้างด้วย

เงินรายได้  ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ให้อธิการบดี  โดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณบดีเป็นผู้อนุมัติ

หมวด  2

การกำหนดอัตราจัดเก็บและจัดสรร

                        ข้อ  11  การกำหนดอัตราจัดเก็บเงินรายได้มหาวิทยาลัยให้เป็นไปดังนี้

11.1เงินรายได้ตามประเภทในข้อ 6.1 และ 6.2  ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมคณบดี  โดยทำเป็น

ประกาศมหาวิทยาลัย

11.2เงินรายได้ตามประเภทในข้อ 6.3 และ 6.4  ให้อธิการบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจ

อนุมัติ ในกรณีที่อัตราจัดเก็บนั้นมีผลบังคับใช้เกินกว่า  1  ปี ให้ทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย โดยความเห็นชอบของที่ประชุม

คณบดี

                                    11.3  เงินรายได้ตามประเภทในข้อ 6.5  ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

                        ข้อ  12  ให้อธิการบดีมีอำนาจกำหนดส่วนแบ่งหรือจัดสรรเงินรายได้มหาวิทยาลัย โดยความเห็นชอบของที่

ประชุมคณบดี

---------------------------------------

* ข้อ 8 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงินรายได้

(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2541  ลงวันที่  8  ธันวาคม  พ.ศ. 2541  และ  ประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ระเบียบ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงินรายได้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2543  ลงวันที่  21  กันยายน  พ.ศ. 2543

* *ข้อ 8 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงิน

รายได้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2541  ลงวันที่  8  ธันวาคม  พ.ศ. 2541 

                                           

หมวด  3

ประมาณการรายรับและรายจ่าย

                        ข้อ  13  ให้ผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินตามข้อ  19  จัดทำประมาณการรายรับ และประมาณการรายจ่าย

ของหน่วยงานในส่วนรับผิดชอบ เสนอต่ออธิการบดีภายในวันที่  30  เมษายน  ของแต่ละปี  เพื่ออนุมัติให้ใช้ถือจ่ายสำหรับ

ปีการศึกษาถัดไป  และให้รายงานประมาณการรายรับ  และประมาณการรายจ่ายประจำปีของมหาวิทยาลัยให้สภา

มหาวิทยาลัยทราบ

                        ข้อ  14  การจัดสรรประมาณการรายจ่ายจากประเภทเงินรายได้ ให้ประมาณการตามปีการศึกษา

                                     การจำแนกประเภทรายจ่าย  และวิธีการงบประมาณ ให้ถือปฏิบัติตามแบบ และวิธีการของสำนัก

งบประมาณโดยอนุโลม  เว้นแต่อธิการบดีจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

                        ข้อ  15  การเปลี่ยนแปลงรายการ การโอน  การลดหรือเพิ่ม  การขอกันเงินข้ามปี  หรือการดำเนินการอื่นใด

   ที่เกี่ยวกับงบประมาณในแต่ละหน่วยงาน  ให้อธิการบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ

                                    กรณีการโอนข้ามหน่วยงาน ให้ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หมวด  4

การจัดเก็บเงินรายได้และการนำส่ง

                        ข้อ  16  ให้เจ้าหน้าที่การเงินประจำหน่วยงานในสังกัดคณะ  ที่มีรายได้จากการดำเนินงานมีหน้าที่จัดเก็บเงิน

รายได้ตามประเภทในข้อ 6 แล้วให้คณะเป็นผู้นำเงินรายได้ฝากไว้กับกองคลังในบัญชีเงินรายได้ของคณะเพียงบัญชีเดียว

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องการมีบัญชีเงินรายได้มากกว่าหนึ่งบัญชี ให้อธิการบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามความเหมาะสม

                        ให้เจ้าหน้าที่การเงินประจำหน่วยงานในสังกัดสำนักงานอธิการบดี มีหน้าที่จัดเก็บเงินรายได้ตามประเภทใน

ข้อ 6 แล้วนำส่งกองคลังโดยถือว่าเป็นเงินรายได้สำนักงานอธิการบดี

                        การนำเงินรายได้ที่จัดเก็บตามวรรคหนึ่ง และวรรคสองไปใช้จ่ายในการใด ให้ดำเนินการตามข้อ 13

                        ข้อ  17  เงินรายได้มหาวิทยาลัยทุกประเภทจะหักไว้ใช้จ่ายเพื่อการใดก่อนนำส่งมิได้ และให้ถือปฏิบัติตาม

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังโดยอนุโลม

                        ข้อ  18  เงินรายได้ประเภทต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้นำฝากธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้  โดยให้เสนออธิการบดีเพื่ออนุมัติ

หมวด  5

การจ่ายเงิน

                        *ข้อ  19  การอนุมัติดำเนินการ  ตลอดจนการสั่งจ่ายเงินทุกหมวดรายจ่ายให้เป็นไป  ดังนี้

19.1  คณบดี  ผู้อำนวยการสถาบัน  ผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากอธิการบดี

  ภายในวงเงินไม่เกินครั้งละ  1,000,000  บาท  (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

                                    19.2  รองอธิการบดี  ภายในวงเงินไม่เกินครั้งละ  2,000,000  บาท  (สองล้านบาทถ้วน)

                                    19.3  อธิการบดีมีอำนาจอนุมัติและสั่งจ่ายเงินได้ตามความเหมาะสม

                                              การอนุมัติใช้จ่ายเงินตามข้อนี้ให้เป็นไปตามประมาณการรายจ่ายที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว

 

--------------------------------   

*ข้อ  19 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรื่อง ระเบียบมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ว่าด้วยเงิน

รายได้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.  2541  ลงวันที่  23  เมษายน  พ.ศ.  2541

                                                      

                        ข้อ  20  ให้คณะมีเงินรายได้ไว้เพื่อการทดรองราชการได้ในวงเงินไม่เกิน  500,000 บาท  (ห้าแสนบาท)

โดยทำเป็นใบเบิกจากเงินรายได้ของหน่วยงาน  และให้นำฝากธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

จำกัด ในนามของบัญชีหน่วยงาน

                                      สำหรับเงินยืมประเภทอื่นๆ  ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยเงินยืมทดรองจ่ายของมหาวิทยาลัย

                        ข้อ  21  ให้กองคลังมีเงินสดไว้เพื่อจ่ายได้ไม่เกินวันละ  200,000  บาท  ให้งานคลังประจำคณะมีเงินสดไว้

เพื่อจ่ายได้ไม่เกินวันละ  100,000  บาท

หมวด  6

การเบิกจ่ายเงินและการเก็บรักษาเงิน

                        ข้อ  22  การเบิกจ่ายเงินรายได้  ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการ

เบิกจ่ายเงินจากคลังโดยอนุโลม  เว้นแต่อธิการบดีจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

                        ข้อ  23  เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการรับจ่ายเงิน  และการนำเงินฝากคลังให้ใช้วิธีโอนเงิน

ผ่านธนาคารได้

                        ข้อ  24  การเก็บรักษาตัวเงินคงเหลือ  ให้มีกรรมการเก็บรักษาเงินจำนวน  3  คน  แต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจ

ตามข้อ 19  โดยให้มีหน้าที่ตรวจสอบตัวเงินกับรายงานเงินคงเหลือประจำวัน และบัญชีเงินสด พร้อมทั้งลงนามกำกับไว้

เป็นหลักฐานทุกวันที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน

หมวด  7

การบัญชีและรายงานการเงิน

                        ข้อ  25  การทำบัญชีให้หน่วยงานที่มีการจัดเก็บ  และเบิกเงินรายได้ไปใช้จ่ายเป็นผู้รับผิดชอบจัดทำบัญชี

  โดยอนุโลมตามระบบบัญชีราชการ  เว้นแต่อธิการบดีจะได้กำหนดระบบบัญชีเป็นอย่างอื่น

                                    หลักฐานที่ใช้ในการลงบัญชี  จะต้องเก็บไว้ให้เป็นระเบียบเพื่อสะดวกแก่การตรวจสอบ

                        ข้อ  26  ให้หน่วยงานที่มีการรับและจ่ายเงินรายได้  เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำรายงานประเภทเงินคงเหลือตาม

แบบของระบบบัญชีที่ราชการกำหนด  และตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด  เสนอให้มหาวิทยาลัยทราบเป็นรายเดือนและ

สรุปรายงานผลการดำเนินการรับ – จ่ายจริงเป็นรายปี

                                    ให้หน่วยงานเจ้าของเงินทดรอง  แจ้งยอดเงินทดรองทุกสิ้นปีการศึกษา

                        ข้อ  27  ให้ผู้ตรวจสอบภายในมีหน้าที่ในการตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชี  การดำเนินงาน

ด้านพัสดุ  การประเมินผลการดำเนินงานในเชิงประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล  ตลอดจนการตรวจสอบให้เป็นไปตามระเบียบนี้

โดยกำหนดเป็นแผนการตรวจสอบประจำปีเสนอต่ออธิการบดี  เพื่ออนุมัติให้ปฏิบัติแล้วเสนอรายงานให้อธิการบดีทราบ

พร้อมข้อเสนอแนะ

                                    ให้หน่วยงานเจ้าของเงินรายได้อำนวยความสะดวก  ให้ข้อมูลและจัดเตรียมหลักฐานเอกสาร ตลอดจน

สมุดบัญชีเพื่อการตรวจสอบ

หมวด  8

บทเบ็ดเตล็ด

                        ข้อ  28  การปฏิบัติด้านการเงินรายได้ตามคำสั่งมหาวิทยาลัย  และหรืออนุมัติอธิการบดี เพื่อประโยชน์ของ

มหาวิทยาลัยก่อนใช้ระเบียบนี้ให้ถือว่าถูกต้อง  และการกำหนดค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทน ค่าสมนาคุณ  ค่าธรรมเนียม  ค่าจ้าง

 แนวปฏิบัติ และระเบียบที่สภามหาวิทยาลัย หรือที่ประชุมคณบดีได้อนุมัติให้ดำเนินการไปแล้วก่อนใช้ระเบียบนี้  ถ้ายังไม่มี

การเปลี่ยนแปลงให้นำมาใช้บังคับอนุโลม

 

 

 

                        ข้อ  29  ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้

 

                                                                                                                ประกาศ    วันที่  1  ธันวาคม  พ.ศ.  2536

 

                                                                                                                    (ลงนาม)        สง่า   สรรพศรี

                                                                                                                                       (นายสง่า  สรรพศรี)

                                                                                                                         นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์